รู้จักอาการไอในเด็ก อันตรายที่อยู่ใกล้ตัว

อาการไอ เป็นอาการที่พบได้กับทุกๆ คน แค่เราที่เป็นผู้ใหญ่ยังรู้สึกรำคาญใจ แล้วเด็กๆ จะขนาดไหน ซึ่งอาการไอในเด็กมีหลายรูปแบบ เช่น ไอแบบเสียงก้อง ไอแบบมีเสียงหวีด หรือไอกรน ซึ่งสาเหตุโดยส่วนใหญ่ของเด็กไอเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินหายใจ เช่น โรคหวัด สาเหตุโดยส่วนใหญ่ของเด็กไอเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินหายใจ เช่น โรคหวัด การรู้จักสาเหตุและลักษณะของการไอแต่ละแบบจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยและบรรเทาอาการไอในเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม

สาเหตุของอาการไอในเด็ก

สาเหตุของอาการไอในเด็กนั้นก็คงจะไม่แตกต่างจากผู้ใหญ่สักเท่าไหร่ โดยสาเหตุทั่วๆ ไปที่ทำให้เด็กไอมีดังนี้ 

  1. การติดเชื้อ การเจ็บป่วยจากติดเชื้อเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการไอ เช่น โรคหวัด โรคไข้หวัดใหญ่ โรคครูป 
  2. การได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของเล่นชิ้นเล็ก ๆ หรือสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างควันบุหรี่และควันไฟ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไอได้เช่นกัน
  3. การเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น โรคหืด โรคภูมิแพ้ โรคไซนัสอักเสบ โรคกรดไหลย้อน โรคไอกรน

อาการไอเรื้อรัง

เด็กไอเรื้อรัง เกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อหรือแต่อาจเกิดจากที่เป็นโรคทางเดินหายใจ และผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษต่างๆ มีอาการทั้งไอแห้ง  ไอเสียงก้องๆ ไอมีเสมหะ ซึ่งอาการไอเรื้อรังนี้ ส่งผลรบกวนไปถึงการนอน รบกวนคนรอบข้างและการใช้ชีวิตประจำวัน การไอติดต่อกันยาวทั้งวัน แม้กระทั่งในเวลานอนหลับก็ยังไอ  จะสร้างความวิตกกังวลให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ว่าอาการไอนั้นเกิดความผิดปกติที่ปอดหรือไม่

วิธีการดูแลเด็กที่มีอาการไอ

  1. ให้เด็กรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และเหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารแห้ง กรอบ อาหารทอดหรืออบกรอบ
  2. ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำในอุณหภูมิปกติ เลี่ยงการดื่มน้ำเย็น เพราะการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ จะไปกระตุ้นให้หลอดลมหดตัว และเกิดอาการไอ ในเด็กที่มีภาวะหลอดลมไวได้
  3. ให้เด็กออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที และพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง
  4. เลือกอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีอากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงให้ห่างไกลสถานที่ที่มีสารเคมี ควัน และมลพิษ
  5. รับประทานยาแก้ไอเด็กเป็นประจำ 

ยาแก้ไอเด็ก เป็นอีกหนึ่งอย่างที่จะมาช่วยแก้ปัญหาอาการไอในเด็กได้ ซึ่งจะต้องเลือกให้เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัยด้วย ซึ่งยาแก้ไอเด็กนั้นสามารถหาซื้อได้ง่ายมาก ที่ LAZADA ก็มียาแก้ไอเด็กจำหน่าย ซึ่งได้รับการรับรองทุกขวดอย่างแน่นอน สามารถซื้อยกแพ็คไปติดตู้ยาที่บ้านได้ 

Related Post

ต้อกระจก

เรื่องที่คุณอาจไม่รู้มาก่อนเกี่ยวกับต้อกระจก เรื่องที่คุณอาจไม่รู้มาก่อนเกี่ยวกับต้อกระจก 

หากว่าเอ่ยถึงต้อกระจก หลายๆ คนคงคุ้นเคยกันมาบ้างไม่มากก็น้อย ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าคนสูงวัยมักจะเป็นโรคนี้มากกว่าคนวัยอื่น อย่างไรก็ดีสาระน่ารู้เกี่ยวกับต้อกระจกนั้นมีอะไรบ้าง พร้อมแล้วมาดูกันเลย เพื่อที่คุณจะได้ทำการศึกษาก่อนที่จะตัดสินใจผ่าโรคนี้นั่นเอง  การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด  การฝึกนอนหงาย  สำหรับการฝึกนอนหงายจะให้นอนโดยที่มีผ้าคลุมหน้าประมาณ 30 นาที โดยคนไข้จะต้องหายใจใต้ผ้าคลุมให้ชิน อย่างไรก็ดีที่ควรฝึกเอาไว้ก็เพราะว่าเวลาที่ผ่าตัดนั้น คนป่วยก็จะต้องนอนคลุมผ้าในลักษณะที่คล้ายคลึงกันนั่นเอง  การเตรียมตัวในวันผ่าตัด  สำหรับวันผ่าตัด ให้คนไข้เตรียมการอาบน้ำและสระผม รวมไปถึงล้างหน้าให้เรียบร้อยก่อนที่จะมาโรงพยาบาล  ที่สำคัญจะต้องงดทาแป้งหรือทาครีม และไม่ควรแต่งหน้ามาที่โรงพยาบาลอีกด้วย อย่างไรก็ดีการรับประทานอาหารเช้าสามารถทำได้ตามปกติ และอย่าลืมรับประทานยาโรคประจำตัวด้วย แต่ต้องหลีกเลี่ยงยาละลายลิ่มเลือด หรือแอสไพรินก็ตาม   ก่อนเข้าห้องผ่าตัด  คนไข้ควรถอดของมีค่า หรือมีเครื่องประดับใดๆ ก็ให้ถอดออกเสียก่อน หรือหากว่ามีอาการตาแดง

ผงขัดฟัน

ผงขัดฟันช่วยเรื่องอะไร? ใช้แทนยาสีฟันได้ไหม ดีอย่างไร?ผงขัดฟันช่วยเรื่องอะไร? ใช้แทนยาสีฟันได้ไหม ดีอย่างไร?

                ปัจจุบันคนเริ่มหันมาใส่ใจการดูแลช่องปากด้วยวิธีธรรมชาติกันมากขึ้น ผงขัดฟันจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลช่องปากและฟันด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เพราะช่วยขัดทำความสะอาดฟันได้อย่างซอกซอน และลดการสะสมของคราบต่าง ๆ ได้ดี แต่จะช่วยเรื่องอะไรได้อีกบ้าง และสามารถใช้แทนยาสีฟันได้ไหม? ไปหาคำตอบกัน ผงขัดฟัน ดีอย่างไร ช่วยเรื่องอะไร? ผงขัดฟัน ใช้แทนยาสีฟันได้ไหม?                 หลายคนคิดว่าผงขัดฟันสามารถใช้แทนยาสีฟันได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองอย่างมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน ยาสีฟันทั่วไปมักมีผสมฟลูออไรด์ ที่มีคุณสมบัติสำคัญในการป้องกันฟันผุและช่วยเสริมความแข็งแรงของสารเคลือบฟัน ในขณะที่ผงขัดฟันส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ จึงเหมาะสำหรับการใช้เสริมหรือใช้แทนในบางครั้ง เช่น ใช้เมื่อต้องการลดคราบพลัค คราบชา กาแฟ หรือเพิ่มความสะอาดเป็นพิเศษ แต่ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรเลือกใช้สัปดาห์ละ

ประสาทหูเสื่อม

ผลกระทบของประสาทหูเสื่อมต่อคุณภาพชีวิตและการใช้ชีวิตประจำวันผลกระทบของประสาทหูเสื่อมต่อคุณภาพชีวิตและการใช้ชีวิตประจำวัน

 ประสาทหูเสื่อม (หรือที่หลายคนเรียกกันว่า หูอื้อ) คือภาวะที่การได้ยินลดลงหรือสูญเสียไปบางส่วน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการเสื่อมของอวัยวะในหู การสัมผัสกับเสียงดังเกินไป หรือแม้กระทั่งจากโรคบางชนิดที่มีผลกระทบต่อระบบหู ภาวะหูอื้อไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการได้ยิน แต่ยังมีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อคุณภาพชีวิตและการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ที่ประสบกับมัน หากคุณหรือคนใกล้ตัวประสบปัญหานี้ บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้นและแนวทางในการจัดการกับมัน ประสาทหูเสื่อมหมายถึงภาวะที่การได้ยินของบุคคลลดลงหรือสูญเสียไปอย่างถาวร โดยมีหลายระดับตั้งแต่การได้ยินไม่ชัดเจน ไปจนถึงการสูญเสียการได้ยินทั้งหมด ภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นจากการทำงานของระบบประสาทหูที่เสื่อมสภาพไปตามอายุ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสเสียงดังติดต่อกัน การบาดเจ็บที่หู หรือการเจ็บป่วยบางอย่างที่มีผลต่อหู การมีอาการหูอื้อหรือประสาทหูเสื่อมสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในหลาย ๆ ด้าน เช่น: การมีอาการหูอื้อหรือการสูญเสียการได้ยินมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างชัดเจน ผู้ที่มีปัญหานี้อาจรู้สึกวิตกกังวลหรือเครียดจากการที่ไม่สามารถได้ยินสิ่งรอบตัวอย่างชัดเจน อาจเกิดความรู้สึกของความโดดเดี่ยวและการปิดตัวจากสังคม เนื่องจากความยากลำบากในการสื่อสาร หรือรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเมื่อมีปัญหากับการฟัง ประสาทหูเสื่อมอาจส่งผลต่อความสามารถในการรับรู้เสียงที่สำคัญ เช่น