เฟมโตเลสิกคืออะไร มีข้อดีอย่างไรบ้าง?

เรียนรู้การทำเลสิกรูปแบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยอย่างเฟมโตเลสิก หรือที่หลาย ๆ คนเรียกกันว่า เลสิกไร้ใบมีดนั่นเอง เพราะการทำเลสิกในรูปแบบนี้ จะเป็นการใช้เลเซอร์ในทุกขั้นตอน จึงถือเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาปัญหาสายตาที่น่าสนใจมากที่สุด ดังนั้นหากใครที่มีปัญหาค่าสายตา ไม่ว่าจะเป็น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ต้องการเข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย มาดูกันเลยว่าเฟมโตเลสิกจะมีข้อดีอย่างไร เหมาะสำหรับเราหรือไม่

เฟมโตเลสิกคืออะไร ทำความรู้จักกันเลย

สำหรับเฟมโตเลสิก หรือ Femto LASIK นั้น จะเป็นการทำเลสิกด้วยการนำเทคโนโลยีเฟมโตเซคอนด์เลเซอร์ หรือ Femtosecond laser มาใช้ในการแยกชั้นกระจกตา ซึ่งการทำเลสิกในรูปแบบนี้จะสามารถกำหนดความลึกของชั้นกระจกตาได้ จึงทำให้มีความแม่นยำสูงเป็นอย่างมาก สามารถแยกชั้นความหนาของฝากระจกตาได้บาง มีขอบแผลเรียบ และทำให้ผิวกระจกตาสามารถสมานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเฟมโตคอนด์เลเซอร์นั้น จะปล่อยพลังงานแสงความยาวคลื่น 1053 นาโนเมตรลงไปที่เนื้อเยื่อ เพื่อทำให้เกิดฟองอากาศ หลังจากนั้นฟองอากาศจะถูกดูดซับโดยเนื้อเยื่อข้างเคียง จนเหลือเป็นโพรง ซึ่งจะมีผลให้เกิดการแยกชั้นของเนื้อเยื่อโดยไม่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น

ข้อดีของการทำเฟมโตเลสิก มีข้อดีอย่างไรบ้าง?

ต้องยอมรับเลยว่าการทำเฟมโตเลสิก จะเป็นการรักษาปัญหาสายตาที่มาพร้อมกับข้อดีเยอะเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับการรักษาของหลาย ๆ คนเลยทีเดียว ดังนั้นมาดูกันเลยว่า จะมีข้อดีอย่างไรบ้าง

  • มีประสิทธิภาพในการแก้ไขค่าสายตาได้มากกว่าการทำเลสิกแบบดั้งเดิม เนื่องจากการแยกชั้นกระจกตาด้วยวิธีนี้สามารถกำหนดความลึก ความหนา และลักษณะของฝากระจกตาได้
  • สามารถแยกชั้นฝากระจกตาได้บางกว่าการทำเลสิกแบบดั้งเดิมถึงประมาณ 90-120 ไมครอน โดยเลสิกแบบดั้งเดิมจะสามารถแยกชั้นกระจกตาได้บางสุดเพียง 130-150 ไมครอนเท่านั้น
  • มีความแม่นยำมากกว่า และยังช่วยลดโอกาสเกิดการแยกชั้นกระจกตาไม่สมบูรณ์ จากการใช้ใบมีดไมโครเคอราโตมอีกด้วย
  • ก่อให้เกิดภาวะตาแห้งหลังผ่าตัดได้น้อยกว่า
  • ก่อให้เกิดโอกาสติดเชื้อหลังผ่าตัดได้น้อยกว่าการทำเลสิกแบบดั้งเดิม

การทำเฟมโตเลสิก จะเป็นเทคโนโลยีผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาค่าสายตารูปแบบใหม่ ที่จะใช้เวลาในการพักฟื้นประมาณ 2-3 วันเท่านั้น และในระหว่างการพักฟื้นอาจจะมีผลข้างเคียง อย่างเช่น อาการเคืองตา หรือน้ำตาไหลบ้าง แต่รับรองได้เลยว่าจะมีความปลอดภัยต่อการรักษามากที่สุดอย่างแน่นอน และไม่ก่อให้เกิดผลค้างเคียงที่อันตรายต่อดวงตาอีกด้วย

Related Post

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ใต้ตาดูสดขึ้นได้ ถ้าเริ่มจากการดูปัญหาให้ถูกจุดใต้ตาดูสดขึ้นได้ ถ้าเริ่มจากการดูปัญหาให้ถูกจุด

ฟิลเลอร์ใต้ตากับการแก้หน้าดูเหนื่อยให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น ใต้ตาเป็นจุดเล็ก ๆ บนใบหน้า แต่มีผลกับภาพรวมมากกว่าที่หลายคนคิด บางคนพักผ่อนพอแล้วแต่หน้ายังดูเหนื่อย เพราะใต้ตาลึก ใต้ตาเป็นร่อง หรือมีเงาคล้ำที่ทำให้หน้าดูโทรมกว่าความจริง ปัญหาแบบนี้ทำให้หลายคนเริ่มสนใจฟิลเลอร์ใต้ตา เพราะอยากให้ใบหน้าดูสดขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปหน้ามากเกินไป ฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ได้เหมาะกับทุกปัญหาใต้ตาเหมือนกันทั้งหมด บางคนมีปัญหาจากร่องลึก บางคนมีถุงใต้ตา บางคนมีผิวบางหรือสีคล้ำจากหลายสาเหตุ การประเมินก่อนทำจึงสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกแก้ไม่ตรงจุด ผลลัพธ์อาจไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ได้ช่วยให้ใต้ตาดูดีขึ้นเท่าที่คาดไว้ ใต้ตาลึกทำให้หน้าดูเหนื่อยได้ง่าย หลายครั้งที่ใบหน้าดูโทรมไม่ได้มาจากผิวโดยรวม แต่เกิดจากเงาใต้ตาที่ทำให้หน้าดูอ่อนล้า ใต้ตาที่เป็นร่องลึกอาจทำให้แต่งหน้าแล้วปกปิดยาก หรือทำให้ดูเหมือนนอนน้อยตลอดเวลา แม้จริง ๆ แล้วไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้น ฟิลเลอร์ใต้ตาจึงถูกใช้ในบางกรณีเพื่อช่วยเติมบริเวณที่ดูยุบหรือเป็นร่อง ให้ใต้ตาดูเรียบขึ้นและทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดใสขึ้น แต่ควรทำในปริมาณที่เหมาะสม

ประสาทหูเสื่อม

ผลกระทบของประสาทหูเสื่อมต่อคุณภาพชีวิตและการใช้ชีวิตประจำวันผลกระทบของประสาทหูเสื่อมต่อคุณภาพชีวิตและการใช้ชีวิตประจำวัน

 ประสาทหูเสื่อม (หรือที่หลายคนเรียกกันว่า หูอื้อ) คือภาวะที่การได้ยินลดลงหรือสูญเสียไปบางส่วน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการเสื่อมของอวัยวะในหู การสัมผัสกับเสียงดังเกินไป หรือแม้กระทั่งจากโรคบางชนิดที่มีผลกระทบต่อระบบหู ภาวะหูอื้อไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการได้ยิน แต่ยังมีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อคุณภาพชีวิตและการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ที่ประสบกับมัน หากคุณหรือคนใกล้ตัวประสบปัญหานี้ บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้นและแนวทางในการจัดการกับมัน ประสาทหูเสื่อมหมายถึงภาวะที่การได้ยินของบุคคลลดลงหรือสูญเสียไปอย่างถาวร โดยมีหลายระดับตั้งแต่การได้ยินไม่ชัดเจน ไปจนถึงการสูญเสียการได้ยินทั้งหมด ภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นจากการทำงานของระบบประสาทหูที่เสื่อมสภาพไปตามอายุ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสเสียงดังติดต่อกัน การบาดเจ็บที่หู หรือการเจ็บป่วยบางอย่างที่มีผลต่อหู การมีอาการหูอื้อหรือประสาทหูเสื่อมสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในหลาย ๆ ด้าน เช่น: การมีอาการหูอื้อหรือการสูญเสียการได้ยินมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างชัดเจน ผู้ที่มีปัญหานี้อาจรู้สึกวิตกกังวลหรือเครียดจากการที่ไม่สามารถได้ยินสิ่งรอบตัวอย่างชัดเจน อาจเกิดความรู้สึกของความโดดเดี่ยวและการปิดตัวจากสังคม เนื่องจากความยากลำบากในการสื่อสาร หรือรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเมื่อมีปัญหากับการฟัง ประสาทหูเสื่อมอาจส่งผลต่อความสามารถในการรับรู้เสียงที่สำคัญ เช่น

ศูนย์กายภาพบําบัด

จากความเจ็บปวดสู่รอยยิ้ม ศูนย์กายภาพบำบัด สถานที่แห่งการเยียวยาจากความเจ็บปวดสู่รอยยิ้ม ศูนย์กายภาพบำบัด สถานที่แห่งการเยียวยา

                ในภาวะที่ร่างกายของเราเกิดความสูญเสีย หรือเกิดข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุจากความชราภาพ หรือการประสบอุบัติเหตุใด ๆ ก็ตาม การฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาทัดเทียมกับสภาพเดิมของร่างกายเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องทำ และสิ่งที่มีบทบาทมากที่สุดคงหนีไม่พ้นศูนย์กายภาพบำบัด ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทำไมถึงต้องทำกายภาพบำบัดกับศูนย์กายภาพบำบัด หลักการเลือกศูนย์กายภาพบำบัดให้เหมาะสมกับผู้ป่วย                 ศูนย์กายภาพบำบัดมีความจำเป็นต่อชีวิตของเราในปัจจุบันมากขึ้น เนื่องจากวิถีการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป การทำงานหนัก และการเกิดอาการเจ็บป่วย การทำกายภาพบำบัดจึงเป็นการฟื้นฟูที่ทำให้ระบบร่างกายของเรากลับมาทำงานได้ตามธรรมชาติ หรือทำงานใกล้เคียงกับภาวะเดิมมากที่สุดนั่นเอง