ในสมัยก่อน ประชากรมนุษย์บนโลกมีน้อย ชีวิตมนุษย์มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก แต่ต่อมาเมื่อมนุษย์มีจำนวนมากขึ้น และมีวิทยาการก้าวหน้าที่ทำให้คุณภาพชีวิตของมนุษย์ดีขึ้น การบุกรุกสมดุลของธรรมชาติจึงรุนแรงมากเพื่อใช้ทรัพยากร ในบทความนี้ เราจะพูดถึงอิทธิพลที่มนุษย์มีต่อความเชื่อมั่นของระบบนิเวศ
อิทธิพลของมนุษย์กับระบบนิเวศ มีผลอย่างไรกับความมั่นคง
ทุกวันนี้ มนุษย์มีแนวโน้มที่จะทำให้ระบบนิเวศของโลกง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกษตรในปัจจุบันได้พยายามลดห่วงโซ่อาหารให้อยู่ในระดับต่ำสุด โดยการถอนพืชผลและหญ้า หลาย ๆ สิ่งนี้จะเพิ่มผลผลิตในเวลาเดียวกัน ทำให้ความมั่นคงของระบบนิเวศลดลง หากมีโรคระบาด โอกาสที่ระบบนิเวศจะถูกทำลายก็มีสูง นอกจากนี้ พื้นที่เกษตรกรรมทั่วโลกยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ระบบนิเวศถูกทำลายมากที่สุด เนื่องจากมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในปริมาณมาก สารพิษจากการเกษตรและอุตสาหกรรมเหล่านี้สามารถส่งต่อไปยังสิ่งมีชีวิตที่สูงขึ้นตามห่วงโซ่อาหารได้
ตัวอย่างการใช้ดีดีทีกำจัดแมลง
เมื่อใช้ยาฆ่าแมลงในพื้นที่เดียว ดีดีทีซึ่งเป็นส่วนประกอบของยาฆ่าแมลง ดินที่ตกค้างจะถูกชะล้างลงสู่แม่น้ำและสะสมอยู่ในแพลงก์ตอน เมื่อสัตว์น้ำอื่นๆ เช่น ปลาที่กินแพลงก์ตอน ดีดีทีจะสะสมในปลามากกว่าในแพลงก์ตอน และเมื่อนกกินปลาและสัตว์น้ำอื่น ๆ ก็จะสะสมเป็นจำนวนมาก เมื่อสัตว์อื่นกินนก ยิ่งดีดีทีสะสมอยู่ในตัว การเพิ่มขึ้นของดีดีทีจนถึงระดับที่เป็นอันตรายอาจทำให้เสียชีวิตหรือร่างกายทำงานผิดปกติได้ ดีดีทีส่วนใหญ่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อไขมันและขัดขวางการเผาผลาญของนก ทำลายแคลเซียมเคซาชินในเปลือกไข่ ทำให้ไข่บาง แตกง่าย ไม่สามารถฟักเป็นตัวได้ มีรายงานในสวีเดนและญี่ปุ่น นกบางชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว เนื่องจากการสะสมของดีดีที
ในปัจจุบันมีระบบนิเวศเป็นอย่างไร
การพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรอบคอบ มิฉะนั้นอาจเกิดความเสียหายร้ายแรงได้ ทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ของมนุษย์ ตัวอย่างคือการสร้างเขื่อนที่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ และอาจมีโรคระบาดเพราะพาหะนำโรคจะเจริญในน้ำนิ่ง ปัจจุบันแนวปะการังถูกทำลายจากกิจกรรมการท่องเที่ยว วิธีการฟื้นฟูวิธีหนึ่งคือการสร้างแนวปะการังเทียม โดยการนำยางรถยนต์ไปไว้ใต้ทะเลเพื่อให้ปะการังได้อาศัยอยู่บนเกาะเพื่อรองรับการปรับตัวของระบบนิเวศทางทะเล
สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยได้ที่ไหน
ชีวาลัยเป็นสถานที่ในโลก ที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ รวมทั้งบริเวณที่เป็นมหาสมุทรน้ำจืด ชั้นบรรยากาศและดินบางส่วนเทียบได้กับข้อเท็จจริงที่ว่าหากโลกของเราสูงเท่าตึก 8 ชั้น ชีวาลัยจะมีความหนาเพียงครึ่งเดียว คือพื้นที่ที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้นั้นบางมาก และทรัพยากรทางธรรมชาติก็มีจำกัดมากกว่าที่คิด มนุษย์เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของชีวิต และยังขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต เพื่อความอยู่รอด
มนุษย์อาจทำลายหรือเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศใด ๆ ก็ได้ แต่มนุษย์ไม่สามารถทำลายชีวิตได้ เพราะจะเหมือนการทำลายตัวเอง ดังนั้นการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศทำให้มนุษย์เข้าใจสถานะและหน้าที่ของตนในฐานะส่วนหนึ่งของระบบ การกระทำของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตทั้งหมดและสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ในระบบ เนื่องจากมีผลกระทบต่อมนุษย์เอง
จากบทความทำให้ทุกคนได้รู้ว่า มนุษย์ควรตระหนักว่าในการพัฒนาใด ๆ ก็ตาม ล้วนต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นเป็นวัตถุดิบ โดยต้องคำนึงถึงความไม่สมดุลของระบบนิเวศ เพื่อมิให้การพัฒนาสร้างปัญหาแก่มนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม และไม่ทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุล
